คนส่วนใหญ่มักมาตกใจกับจำนวนเงินก้อนที่ต้องจ่ายเพิ่มในช่วงเดือนมีนาคม ตอนยื่นภาษีเงินได้
แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้ควรค่อยๆ เตรียมตัวไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคม
ในเดือนสุดท้ายของปี เดี๋ยวนี้เรารู้ตัวเลขแน่นอนของเงินได้ เงินหักภาษี เงินที่จ่ายให้ประกันสังคม เงินจ่ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน ประกันชีวิต ทุกอย่าง แน่นอน สำหรับคนที่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติมมาในปีก่อนๆ ก็คงต้องคิดหาที่ไปของเงินได้ โดยมองหากองทุนและประกันเพื่อลดหย่อนภาษี
การซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีที่ดีตรงที่แทบจะไม่มีความเสี่ยง มีแผนแบบเลือกแบบจ่ายเบี้ยแค่สามปีได้ แต่ผลตอบแทนก็น้อยและต้องถือไว้นานถึงสิบปี ( เหมือนล็อคเงินไว้ ) กองทุนรวมจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่ถือในระยะเวลาสั้นกว่า และปีนี้ยังมีกองทุนรวม Thai ESG ที่เงื่อนไขลดหย่อนให้ถือไว้เพียง 5 ปี มาให้เลือก
ที่อยากเล่าเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ได้อยากจะชวนใครลดการจ่ายภาษี แค่จะเล่าว่า ไอเห็นอะไร จากการเก็บภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้า
Step by step, this is just how I choose where the money goes
เมื่อลองใช้แอปคำนวณดูคร่าวๆ และเห็นตัวเลขภาษีที่ต้องจ่ายแล้ว ถ้าเราเห็นตั้งแต่เดือนธันวาคม เราจะมีเวลาพอให้หาทางเลือกที่จะได้คืนมาบ้าง ทำให้ไอเริ่มสนใจ “ ขั้นบันไดภาษี ” จากเดิมที่แค่ประเมินการจ่ายภาษีของตัวเองเอาคร่าวๆ จากตัวเลขปีก่อนๆ
หลังจากหักค่าใช้จ่ายส่วนตัว และลดหย่อนต่างๆที่เราพอมีแล้ว “เงินได้สุทธิ” ของเราจะถูกนำไปคำนวณภาษี แบบขั้นบันได
150,001 - 300,000.- บาท เสีย 5% รวมทั้งขั้นนี้ เท่ากับ 7,500 บาท
300,001 - 500,000.- บาท เสีย 10% รวมทั้งขั้นนี้ เท่ากับ 20,000 บาท
500,001 - 750,000.- บาท เสีย 15% รวมทั้งขั้นนี้เท่ากับ 37,500 บาท step ที่หนักแต่ก็ต้องจ่ายไป
สำหรับคนทำงานมาระยะเวลาพอสมควร ไต่เต้ากันไปเลเวลสูงๆ แน่นอนว่าจากขั้นภาษี 15% แล้ว เงินได้สุทธิของเรายังเหลืออีก ก็เข้าสู่ขั้นถัดไป
750,001 - 1,000,000.- บาท เสีย 20% รวมทั้งขั้นนี้ เท่ากับ 50,000 บาท
1,000,001 - 2,000,000.- บาท เสีย 25% รวมทั้งขั้นนี้ เท่ากับ 250,000 บาท
รัฐให้ทางเลือกแก่เราแล้ว ว่าถ้าเราจัดการได้ดี นำเงินได้ของเราไปผ่อนซื้อบ้าน ไปซื้อประกัน ไปซื้อกองทุน เพื่อลดขั้น step เงินได้ของเราให้ต่ำลง “เงินเรายังอยู่” แถมเราได้เงินที่ต้องเสียภาษีไปคืนกลับมา
ไอถามตัวเองว่า
“เงินลดหย่อนทุกๆ 10,000 บาท ที่เราจัดการที่ไปได้___เราได้ภาษีคืนกี่พัน ?”
คำตอบคือ
ในช่วงอัตรา 15% เราได้ภาษีคืน 1,500 บาท
ในช่วงอัตรา 20 % เราได้ภาษีคืน 2,000 บาท
Same rule. Different step.
เงินของเราจะไปอยู่ที่ กองทุน, ประกัน หรือ e-tax ไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้นทันที
แค่ทำให้เงินไม่หายไปกับภาษีเปล่าๆ
Same idea. Instead of watching money vanish,I redirected it.
Into investment.
Into saving.
I still pay every baht as the law asks for.
เรายังจ่ายภาษี
ตามกฎหมาย
ทุกบาท
